นับถอยหลังยุบสภา 54
กกต.นัดพรรคการเมืองถกระเบียบเลือกตั้ง
กกต.นัดพรรคการเมืองถกระเบียบการเลือกตั้ง ตัวแทนพรรคแห่ร่วมคึกคัก “มาร์ค-ยงยุทธ” ไม่พลาด ด้านพรรคการเมืองใหม่-พรรคขัตติยะธรรม ไร้เงาตัวส่งแทนเข้าร่วม
วันนี้ (2 พ.ค.) ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดการประชุมผู้บริหารพรรคการเมืองจำนวน 56 พรรค โดยมีตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วม อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรครวมชาติพัฒนา พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงษ์ หัวหน้าพรรครักษ์สันติ นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ประธานส.ส.พรรคภูมิใจไทย และนายเสรี สุวรรณภานนท์ ที่ปรึกษาพรรคประชาสันติ เป็นต้น ทั้งนี้มีพรรคการเมืองที่ไม่ได้ส่งตัวแทนมาร่วมงาน จำนวน 9 พรรคการเมือง อาทิ พรรคการเมืองใหม่ พรรคขัตติยะธรรม เป็นต้น
นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมว่า การประชุมหัวหน้าพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมือง ในวันนี้ว่า กกต.ได้เชิญตัวแทนพรรคการเมืองจำนวน 56 พรรค มาหารือเพื่อให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยประเด็นที่จะหารือเป็นเรื่องเกี่ยวกับการกำหนดค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งเดิมกำหนดไว้ 1.5 ล้านบาทต่อคน ซึ่งอาจจะปรับเพิ่มหรือลดลง รวมทั้งเรื่องการนำสถาบันมาใช้ในการหาเสียง และการจัดเวทีกลาง เนื่องจากการจัดเวทีกลางก่อนหน้านี้ที่จัดเขตละ 2 ครั้ง แต่ไม่มีประชาชนมาร่วมรับฟังจึงจะขอหารือกับหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคลดการจัดเวทีกลางให้เหลือเขตเลือกตั้งเพียงเขตละ 1 ครั้ง รวมทั้งขอให้พรรคการเมืองไปตรวจสอบว่าสมาชิกพรรคของตนเองลงทะเบียนสังกัดพรรคกาเมืองเรียบร้อยหรือไม่ เพื่อไม่ให้มีการตกหล่นของรายชื่อ
เมื่อถามว่าการประชุมครั้งนี้ให้พรรคการเมืองลงสัตยาบรรณเพื่อให้การเลือกตั้ง เกิดความสมานฉันท์หรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะมีการหารือกันว่าจะทำร่วมกันหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงในระหว่างการหาเสียง และให้มีการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีมวลชนมาปิดล้อม ซึ่งจากการเลือกตั้งซ่อมครั้งที่ผ่านมาก็ไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งการประชุมพรรคการเมืองลักษณะเช่นนี้ก็ประสบความสำเร็จมาแล้ว ที่จัดการประชุมกรรมการบริหารพรรคในปี 2550
เมื่อถามว่าการที่นำข้อบังคับเรื่องการนำสถาบันมาใช้ในการหาเสียงไปไว้ในหมวดข้อ ควรปฏิบัติแทนข้อห้าม นายประพันธ์ กล่าวว่า ข้อบังคับดังกล่าวได้ผ่านมติของกกต. แล้ว แต่คงต้องนำเรื่องนี้มาหารือกับตัวแทนพรรคการเมืองอีกครั้ง และจะรับฟังความคิดเห็นของตัวแทนพรรคการเมือง
นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเตรียมการเลือกตั้งของ กกต. ก็พร้อมที่จะจัดการเลือกตั้ง หากนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา เมื่อถามต่อว่าหากนายกฯ ประกาศยุบสภาในวันที่ 6 พ.ค. นายประพันธ์ กล่าวว่า กกต. ก็จะมีห้วงเวลาในการจัดการเลือกตั้ง 2 วัน คือ 26 มิ.ย. และ 3 ก.ค. แต่อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูวันยุบสภาที่แน่นอนก่อน ส่วนจะต้องรอศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่นั้น ทางศาลรัฐธรรมนูญก็จะพิจารณาว่าจะรับเรื่องไว้ตีความหรือไม่ในวันที่ 2 พ.ค.นี้ แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะกฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับ เปลี่ยนแปลงจากเดิมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาระบุว่าพรรคเพื่อไทยมี พฤติกรรมสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ทางกกต.จะตรวจสอบเรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวต้องพิจารณาตามความเป็นจริง หากมีเรื่องร้องเรียนเข้ามา กกต.ก็จะพิจารณาเป็นเรื่องไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีใครร้องเรียนเข้ามา
ผู้สื่อข่าวรายงานนอกจากนี้ทางบริเวณด้านหน้าสถานที่จัดงานดังกล่าวของกกต. ได้มีตัวแทนเครือข่ายคนไทยพลัดถิ่น ประมาณ 30 คน มายื่นหนังสือต่อตัวแทนพรรคการเมือง เรียกร้องให้ส.ส.ทุกคนเข้าประชุมสภาฯในวันที่ 4 พ.ค. นี้ เพื่อพิจารณาเห็นชอบร่างพ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ….. ในวาระที่ 2 และ3 ให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมีการยุบสภาตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้.
















