ส.ประกันชีวิตคุมเข้มโทรศัพท์ขายประกัน ‘สาทิตย์’เร่งออกก.ม.
นายกฯประกันชีวิตไทย “สาระ ล่ำซำ” ตั้งเกณฑ์คุมเข้มภายในธุรกิจ สกัดข้อมูลเถื่อนโทร.ขายประกัน ย้ำให้ตัวแทนบอกแหล่งที่มาข้อมูลลูกค้าตามสิทธิ พร้อมกำหนดเวลาโทร. ห้ามละเมิดถ้าลูกค้าปฏิเสธต้องหยุดเสนอขายทันทีและห้ามติดต่อลูกค้ารายนั้นไม่น้อยกว่า 6 เดือน คาดสิ้นปีเบี้ยรับผ่านช่องทางนี้ถึงหมื่นล้านบาท “สาทิตย์”รับเร่งออกกฎหมายคุ้มครองข้อมูล
จากการที่น.ส.พ.ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2,435 ประจำวันที่ 14-17 มิถุนายน 2552 นำเสนอข่าว”ค้าเบอร์โทร.มีโทษ” โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมออกกฎหมายใหม่เอาผิดอาญา ผู้เสนอขายสินค้าหรือบริการทางโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะบัตรเครดิต การขายประกันชีวิต และธุรกิจฟิตเนส รวมถึงการส่งข้อความขายบริการผ่านระบบเอสเอ็มเอส และผู้ที่นำข้อมูลส่วนบุคคลไปขาย ทำให้เกิดช่องว่างให้ธุรกิจเหล่านี้แสวงหาประโยชน์นั้น
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด และในฐานะนายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่าปัญหาการขายประกันผ่านโทรศัพท์ (เทเลมาร์เก็ตติ้ง) ส่วนใหญ่เกิดความรำคาญและรู้สึกถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล จากแหล่งข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือข้อมูลเถื่อน นั้นได้มีการประชุมกันภายในเพื่อตั้งกำหนด กฎเกณฑ์ควบคุมกันเองภายในธุรกิจเพิ่มเติม ได้แก่ ลูกค้ามีสิทธิสอบถามแหล่งที่มาของข้อมูลได้และตัวแทนจะต้องแจ้งแหล่งที่มาของข้อมูลว่านำมาจากที่ใดได้
ขณะเดียวกันได้กำหนดให้เสนอขายได้ในช่วงเวลา 08.30-19.00 น. ระหว่างวันจันทร์-เสาร์ ซึ่งเป็นเวลาที่ประชาชนสะดวกที่จะรับโทรศัพท์ และวันอาทิตย์จะไม่ให้พนักงานเสนอขาย ถ้าได้รับแจ้งว่าลูกค้าไม่สะดวกที่สนทนาด้วย ตัวแทนประกันชีวิตจะต้องหยุดการสนทนาทันที กรณีที่ลูกค้ารายใดปฏิเสธและแจ้งว่าไม่ต้องให้ติดต่ออีก จะไม่เสนอขายลูกค้ารายนั้นไม่น้อยกว่า 6 เดือน
นอกจากนี้ยังมี ประกาศเรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการขายประกันชีวิตผ่านโทรศัพท์ เริ่มใช้ตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2552 จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันชีวิต ฯ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อาทิ การเสนอขายต้องมีการบันทึกเทปและเก็บตามอายุสัญญากรมธรรม์ , หลังจากที่เสนอขายแล้ว บริษัทประกันจะต้องโทร.ไปยืนยันการซื้อกรมธรรม์กับลูกค้าภายใน 7 วัน และหากลูกค้าได้รับกรมธรรม์ตัวจริงแล้วไม่พอใจ สามารถยกเลิกได้ภายใน 30 วัน
“เกณฑ์นี้จะใช้เป็นต้นแบบในการขายสินค้าผ่านโทรศัพท์ ในอุตสาหกรรมอื่นๆ หลังจากนี้ด้วยเพื่อป้องกันปัญหาร้องเรียนที่เกิดขึ้น เพราะการรั่วไหลของข้อมูลลูกค้านั้น มาจากหลากหลายแหล่ง ทั้งจากลูกค้าธุรกิจมือถือ ธุรกิจโรงหนัง หรือแม้แต่ธุรกิจบัตรเครดิตและแบงก์พาณิชย์”
นายสาระ กล่าวเพิ่มเติม โดยคาดว่า สิ้นปีนี้ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิต จะมีเบี้ยรับรวมผ่านช่องทางเทเลมาร์เก็ตติ้ง เติบโต 10,000 ล้านบาท จากผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ พบว่า มีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท หรือมีสัดส่วนถึง 4% ของเบี้ยรับรวมทั้งหมด “ปัจจุบันต้องยอมรับว่า ลูกค้าที่ชอบซื้อประกันผ่านโทรศัพท์ก็มี เพราะเห็นว่าทั้งสะดวก แบบประกันเข้าใจง่ายและมีประโยชน์ โดยเฉพาะประกันชีวิตที่มีส่วนควบสุขภาพ ดังนั้นการออกเกณฑ์ควบคุมการขายสินค้าผ่านโทรศัพท์ จึงเป็นไปในแนวทางที่ คนชอบได้ใช้ และคนไม่ชอบก็มีสิทธิปฏิเสธ”
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ดคคบ. เปิดเผยว่า ได้มีการพิจารณาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับการโฆษณาโดยการส่งข้อความสั้น(เอสเอ็มเอส)โฆษณาเข้าโทรศัพท์มือถือ แล้วมีมติว่า หากผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ ไม่ต้องการรับเอสเอ็มเอส ก็ให้โทรศัพท์ไประงับที่คอลล์เซ็นเตอร์ของบริษัทนั้นๆโดยสัปดาห์หน้าสคบ. จะนัดผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ทั้งเอไอเอส ดีแทค ทรู และฮัทช์มาหารืออย่างเป็นทางการ เชื่อว่าน่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง
ส่วนกรณี การขายประกันผ่านโทรศัพท์มือถือและโทรศัพท์บ้านนั้นคปภ. แจ้งว่า ให้ประชาชนที่เดือดร้อนโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 1186 พร้อมแจ้งหมายเลขที่ไม่ต้องการให้โทรศัพท์มาขายประกันอีก ทั้งนี้ได้กำชับให้ สคบ.และกรมการประกันภัย เร่งประชาสัมพันธ์ต่อประชาชนว่า ผู้ขายกรมธรรม์จะต้องแจ้งชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้
“ส่วนประเด็นที่สงสัยว่าผู้ส่งเอสเอ็มเอสและผู้ขายประกันเอาเบอร์โทรศัพท์มาจากไหน นั้นเท่าที่ทราบมีทั้งได้มาอย่างถูกต้อง คือ การไปกรอกเอกสารตามงานแสดงสินค้าต่างๆ และได้มาอย่างไม่ถูกต้อง เช่น การขายข้อมูลระหว่างกัน จากข้อมูลเชิงลึกพบว่า มีการขายข้อมูลกันกว่า 30 ล้านหมายเลข เรื่องนี้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มีบทลงโทษ ทั้งผู้ที่ขายข้อมูลและโอเปอเรเตอร์ที่โทรศัพท์เข้ามา ประชาชนที่เดือดร้อนสามารถโทรศัพท์แจ้ง กทช.ได้ ขณะที่รัฐบาลจะเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่จะเข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยนิติบัญญัตินี้ให้ออกมาเร็วที่สุด”
ที่มา: http://www.thannews.th.com


















