Archive

Posts Tagged ‘ผู้บริโภค’

ส.ประกันชีวิตคุมเข้มโทรศัพท์ขายประกัน ‘สาทิตย์’เร่งออกก.ม.

กรกฎาคม 20, 2009 ใส่ความเห็น

นายกฯประกันชีวิตไทย “สาระ ล่ำซำ”  ตั้งเกณฑ์คุมเข้มภายในธุรกิจ สกัดข้อมูลเถื่อนโทร.ขายประกัน  ย้ำให้ตัวแทนบอกแหล่งที่มาข้อมูลลูกค้าตามสิทธิ พร้อมกำหนดเวลาโทร. ห้ามละเมิดถ้าลูกค้าปฏิเสธต้องหยุดเสนอขายทันทีและห้ามติดต่อลูกค้ารายนั้นไม่น้อยกว่า 6 เดือน  คาดสิ้นปีเบี้ยรับผ่านช่องทางนี้ถึงหมื่นล้านบาท “สาทิตย์”รับเร่งออกกฎหมายคุ้มครองข้อมูล

จากการที่น.ส.พ.ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2,435 ประจำวันที่ 14-17 มิถุนายน 2552  นำเสนอข่าว”ค้าเบอร์โทร.มีโทษ” โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมออกกฎหมายใหม่เอาผิดอาญา ผู้เสนอขายสินค้าหรือบริการทางโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะบัตรเครดิต การขายประกันชีวิต และธุรกิจฟิตเนส  รวมถึงการส่งข้อความขายบริการผ่านระบบเอสเอ็มเอส และผู้ที่นำข้อมูลส่วนบุคคลไปขาย  ทำให้เกิดช่องว่างให้ธุรกิจเหล่านี้แสวงหาประโยชน์นั้น

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด และในฐานะนายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่าปัญหาการขายประกันผ่านโทรศัพท์ (เทเลมาร์เก็ตติ้ง) ส่วนใหญ่เกิดความรำคาญและรู้สึกถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล จากแหล่งข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือข้อมูลเถื่อน นั้นได้มีการประชุมกันภายในเพื่อตั้งกำหนด กฎเกณฑ์ควบคุมกันเองภายในธุรกิจเพิ่มเติม  ได้แก่ ลูกค้ามีสิทธิสอบถามแหล่งที่มาของข้อมูลได้และตัวแทนจะต้องแจ้งแหล่งที่มาของข้อมูลว่านำมาจากที่ใดได้

ขณะเดียวกันได้กำหนดให้เสนอขายได้ในช่วงเวลา 08.30-19.00 น. ระหว่างวันจันทร์-เสาร์ ซึ่งเป็นเวลาที่ประชาชนสะดวกที่จะรับโทรศัพท์ และวันอาทิตย์จะไม่ให้พนักงานเสนอขาย ถ้าได้รับแจ้งว่าลูกค้าไม่สะดวกที่สนทนาด้วย ตัวแทนประกันชีวิตจะต้องหยุดการสนทนาทันที กรณีที่ลูกค้ารายใดปฏิเสธและแจ้งว่าไม่ต้องให้ติดต่ออีก จะไม่เสนอขายลูกค้ารายนั้นไม่น้อยกว่า 6 เดือน

นอกจากนี้ยังมี ประกาศเรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการขายประกันชีวิตผ่านโทรศัพท์ เริ่มใช้ตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2552 จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันชีวิต ฯ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)  อาทิ การเสนอขายต้องมีการบันทึกเทปและเก็บตามอายุสัญญากรมธรรม์ , หลังจากที่เสนอขายแล้ว บริษัทประกันจะต้องโทร.ไปยืนยันการซื้อกรมธรรม์กับลูกค้าภายใน 7 วัน และหากลูกค้าได้รับกรมธรรม์ตัวจริงแล้วไม่พอใจ สามารถยกเลิกได้ภายใน 30  วัน

“เกณฑ์นี้จะใช้เป็นต้นแบบในการขายสินค้าผ่านโทรศัพท์ ในอุตสาหกรรมอื่นๆ หลังจากนี้ด้วยเพื่อป้องกันปัญหาร้องเรียนที่เกิดขึ้น  เพราะการรั่วไหลของข้อมูลลูกค้านั้น มาจากหลากหลายแหล่ง ทั้งจากลูกค้าธุรกิจมือถือ ธุรกิจโรงหนัง หรือแม้แต่ธุรกิจบัตรเครดิตและแบงก์พาณิชย์”

นายสาระ กล่าวเพิ่มเติม โดยคาดว่า สิ้นปีนี้ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิต จะมีเบี้ยรับรวมผ่านช่องทางเทเลมาร์เก็ตติ้ง เติบโต 10,000 ล้านบาท จากผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ พบว่า  มีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท หรือมีสัดส่วนถึง 4% ของเบี้ยรับรวมทั้งหมด “ปัจจุบันต้องยอมรับว่า ลูกค้าที่ชอบซื้อประกันผ่านโทรศัพท์ก็มี เพราะเห็นว่าทั้งสะดวก แบบประกันเข้าใจง่ายและมีประโยชน์  โดยเฉพาะประกันชีวิตที่มีส่วนควบสุขภาพ  ดังนั้นการออกเกณฑ์ควบคุมการขายสินค้าผ่านโทรศัพท์  จึงเป็นไปในแนวทางที่ คนชอบได้ใช้ และคนไม่ชอบก็มีสิทธิปฏิเสธ”

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ดคคบ. เปิดเผยว่า ได้มีการพิจารณาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับการโฆษณาโดยการส่งข้อความสั้น(เอสเอ็มเอส)โฆษณาเข้าโทรศัพท์มือถือ แล้วมีมติว่า หากผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ ไม่ต้องการรับเอสเอ็มเอส ก็ให้โทรศัพท์ไประงับที่คอลล์เซ็นเตอร์ของบริษัทนั้นๆโดยสัปดาห์หน้าสคบ. จะนัดผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ทั้งเอไอเอส ดีแทค ทรู และฮัทช์มาหารืออย่างเป็นทางการ เชื่อว่าน่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง

ส่วนกรณี การขายประกันผ่านโทรศัพท์มือถือและโทรศัพท์บ้านนั้นคปภ. แจ้งว่า ให้ประชาชนที่เดือดร้อนโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 1186 พร้อมแจ้งหมายเลขที่ไม่ต้องการให้โทรศัพท์มาขายประกันอีก ทั้งนี้ได้กำชับให้ สคบ.และกรมการประกันภัย เร่งประชาสัมพันธ์ต่อประชาชนว่า ผู้ขายกรมธรรม์จะต้องแจ้งชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้

“ส่วนประเด็นที่สงสัยว่าผู้ส่งเอสเอ็มเอสและผู้ขายประกันเอาเบอร์โทรศัพท์มาจากไหน  นั้นเท่าที่ทราบมีทั้งได้มาอย่างถูกต้อง คือ การไปกรอกเอกสารตามงานแสดงสินค้าต่างๆ และได้มาอย่างไม่ถูกต้อง เช่น การขายข้อมูลระหว่างกัน จากข้อมูลเชิงลึกพบว่า  มีการขายข้อมูลกันกว่า 30 ล้านหมายเลข เรื่องนี้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มีบทลงโทษ ทั้งผู้ที่ขายข้อมูลและโอเปอเรเตอร์ที่โทรศัพท์เข้ามา ประชาชนที่เดือดร้อนสามารถโทรศัพท์แจ้ง กทช.ได้ ขณะที่รัฐบาลจะเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่จะเข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยนิติบัญญัตินี้ให้ออกมาเร็วที่สุด”

ที่มา: http://www.thannews.th.com

แฉปม”เอสเอ็มเอส-ขายประกัน”ผ่านโทรศัพท์ เซ็งลี้ข้อมูลส่วนตัว 30 ล้านเบอร์ กทช.ยันมีบทลงโทษ

กรกฎาคม 16, 2009 ใส่ความเห็น

คคบ.แก้ปมส่ง“เอสเอ็มเอส”โฆษณาระงับที่คอลล์เซ็นเตอร์ได้ ส่วนขายประกันให้แจ้ง1186 แฉซื้อขายข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้มากถึง 30 ล้านเลขหมาย กทช.เล็งฟันทั้งคนขาย-โอเปอเรเตอร์ สคบ.เตรียมนัดถกผอ.ทีวีทุกช่อง เข้ม”โฆษณาแฝง-เกินเวลา”

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะกรรมการผู้บริโภค (คคบ.) ครั้งที่ 5/2552 ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาความเดือดร้อนของประชาชน ที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณารวม 3 เรื่อง

1.การส่งเอสเอ็มเอส (ข้อความสั้น) โฆษณาเข้าโทรศัพท์มือถือของประชาชนทั่วไป ที่ประชุมเชิญผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือมาร่วมประชุมด้วย และมีมติว่า ผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือของบริษัทใด หากไม่ต้องการรับเอสเอ็มเอสโฆษณาอีกให้โทรศัพท์ไประงับที่คอลล์เซ็นเตอร์ของบริษัทนั้นๆ โดยสัปดาห์หน้าสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จะนัดผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ทั้งเอไอเอส ดีแทค ทรู และฮัทช์ มาพูดคุยอย่างเป็นทางการ เชื่อว่าน่าจะสามารถแก้ปัญหาเอสเอ็มเอสโฆษณาได้ระดับหนึ่ง เพราะผู้ส่งต้องลงทะเบียนกับผู้ให้บริการด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหากรณีที่ผู้ส่งโฆษณาส่งเอสเอ็มเอสข้ามเครือข่าย ซึ่งเรื่องนี้ทางผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแจ้งว่า ได้ร่วมมือกันพัฒนาโปรแกรมแอนตี้สแปม (ต่อต้านไฟล์ขยะ) ขึ้นมา คาดว่าจะสามารถใช้ได้ต้นเดือนสิงหาคมนี้
 2.การขายประกันผ่านโทรศัพท์ ทั้งโทรศัพท์บ้านและมือถือ ทางคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แจ้งว่า ประชาชนที่รู้สึกเดือดร้อนรำคาญให้โทรศัพท์ไปที่หมายเลข 1186 พร้อมแจ้งหมายเลขที่ไม่ต้องให้โทรศัพท์มาขายประกันอีก ทั้งนี้ กำชับให้ สคบ.และกรมการประกันภัย เร่งประชาสัมพันธ์ต่อประชาชน ซึ่ง คปภ.ระบุว่า มีระเบียบออกมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2552 ว่า ผู้ขายกรมธรรม์จะต้องแจ้งชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ และผู้รับโทรศัพท์สามารถปฏิเสธ ทำให้ผู้ขายไม่สามารถโทรศัพท์มาหาได้อีกเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน แต่คนไม่ค่อยทราบ จึงกำชับให้ คปภ.เร่งประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับระเบียบดังกล่าว

“ส่วนข้อสงสัยว่าทั้งผู้ส่งเอสเอ็มเอสและขายประกันผ่านโทรศัพท์ นำเบอร์โทรศัพท์มาจากไหน เท่าที่ทราบมีทั้งได้มาอย่างถูกต้อง คือการไปกรอกเอกสารตามงานแสดงสินค้าต่างๆ และได้มาอย่างไม่ถูกต้อง เช่น ขายข้อมูลระหว่างกัน จากข้อมูลเชิงลึกพบว่า มีขายข้อมูลกันกว่า 30 ล้านหมายเลข เรื่องนี้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มีบทลงโทษ ทั้งผู้ที่ขายข้อมูลและโอเปอเรเตอร์ที่โทรศัพท์เข้ามา ประชาชนที่เดือดร้อนสามารถโทรศัพท์แจ้ง กทช.ได้ ขณะที่รัฐบาลจะเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่จะเข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยนิติบัญญัตินี้ให้ออกมาให้เร็วที่สุด” นายสาทิตย์กล่าว

3.การโฆษณาทางโทรทัศน์ ทั้งโฆษณาเกินเวลาและโฆษณาแฝง เดิมเคยมีระเบียบกรมประชาสัมพันธ์โฆษณาได้ชั่วโมงละไม่เกิน 12 นาที มีการตั้งคณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (กบว.) ขึ้นมาดูแล แต่ภายหลังรัฐธรรมนูญ 2540 ได้ตัดอำนาจทิ้ง ปัจจุบันจึงไม่มีกฎหมายหรือหน่วยงานใดมาคุ้มครองการโฆษณาโดยโทรทัศน์ แต่เป็นเรื่องที่ทางสถานีโทรทัศน์ร่วมกับสมาคมโฆษณาตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลกันเอง และพยายามควบคุมให้อยู่ที่ 12 นาที ซึ่งนายวิทวัส ชัยปราณี นายกสมาคมธุรกิจโฆษณาไทย ยอมรับว่ามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเซ็นเซอร์กันเอง แต่ก็ยังมีการโฆษณาเกินอยู่ เบื้องต้นจะให้ สคบ.เชิญผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์แต่ละแห่งและสมาคมโฆษณามาพูดคุยเพื่อขอความร่วมมือ ส่วนระยะถัดไปคือ การเร่งรัดให้ออกกฎหมายตั้งองค์จัดสรรคลื่นความถี่เพื่อตั้งหน่วยงานมาดูแลโดยเฉพาะ

“เวลานี้โฆษณาแฝง ที่มาทุกรูปแบบทั้งในเกมโชว์ ละคร ทีวี ที่ประชุมพบว่าไม่มีหลักเกณฑ์ขึ้นมาดูแล จึงขอให้ สคบ.จัดประชุมร่วมกับผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์และสมาคมโฆษณา เพื่อหาหลักเกณฑ์กลางในการควบคุมโฆษณาแฝง ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุม คคบ.ครั้งต่อไปในเดือนสิงหาคม” นายสาทิตย์กล่าว

ที่มา : มติชน ออนไลน์

รัฐเร่งออกกม.แก้ปัญหาเอสเอ็มเอสกวนใจ สกัดโทรขายสินค้า-คาดก.ค.ออกกฎหมายคุ้มครอง

มิถุนายน 16, 2009 ใส่ความเห็น

Source – เว็บไซต์ข่าวสด (Th) Tuesday, June 16, 2009 09:02

SMS alert

SMS alert

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า จากกรณีผลการสำรวจความเห็นประชาชนของเอแบคโพลที่ระบุว่า ประชาชนเดือดร้อนรำคาญใจจากเอสเอ็มเอสขายสินค้า ดูดวง บริษัทประกันภัย ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จึงตระหนักถึงเรื่องนี้ และได้มีการหารือกันโดยเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลพบว่ายังไม่มีกฎหมายห้ามโดยเฉพาะ ตนจึงได้ขอให้ สคบ.หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ และนำเสนอกลับเข้ามาให้ที่ประชุมพิจารณาอีกครั้ง

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นมีความเป็นไปได้ว่า ในกรณีเอสเอ็มเอสขายสินค้านั้นอาจจะใช้แนวทางของต่างประเทศ ที่ใช้วิธี DO NOT CALL CENTER โดยสามารถแจ้งผ่านศูนย์ว่าจะไม่รับข้อมูลเหล่านี้

ส่วนกรณีโทรศัพท์เชิญชวนทำประกันภัย นายสาทิตย์ กล่าวว่า มีระเบียบที่ทุกคนไม่ค่อยทราบว่า ผู้รับมีสิทธิถามว่าเอาเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวมาจากไหน และห้ามคนที่โทรมาแล้วเราปฏิเสธโทรซ้ำ ขณะเดียวกันกำลังหาที่มาของการได้ข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งมีแนวโน้มว่าเป็นข้อมูลจากโอเปอเรเตอร์ ดังนั้นจึงมีแนวคิดที่จะผลักดันกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ยอมรับว่ามีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะยังมีปัญหาเรื่องการจำกัดความคำว่า ข้อมูลส่วนบุคคล ว่าจะครอบคลุมแค่ไหน อย่างไร จึงต้องรอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาให้เสร็จก่อน

“ผมคิดว่าจะพยายามทำให้กฎหมายฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาในสมัยประชุมหน้า เพราะดูแล้วมีความจำเป็น เนื่องจากปัจจุบันข้อมูลส่วนบุคคลถูกละเมิดกันมาก อย่างกรณีโทรศัพท์นี่ชัดที่สุด หรือแม้แต่กรณีที่เราเป็นเจ้าของรถยนต์ อยู่ ๆ บริษัทประกันภัยรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นเจ้าของรถยนต์คันนี้ และไม่ใช่รู้บริษัทเดียว รู้ 3-4 บริษัทแล้วโทรมาขายประกัน บางทีขายสมาชิกโรงแรม สมาชิกสปา สมาชิกบัตรเครดิต เยอะมาก อย่างนี้ในต่างประเทศเขาถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญ ผมเชื่อว่าทั้งสองเรื่องนี้น่าจะทำได้เลยในเดือนก.ค.นี้ ก็น่าจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างได้ เบื้องต้นได้ให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังโอเปอเรเตอร์ เจ้าของโทรศัพท์ทั้งหลายว่าเรื่องการคุ้มครองข้อมูลต้องทำ ขอความร่วมมือไปยังกรมการประกันภัยว่าให้กำชับไปยังบริษัทประกันภัยว่าอย่าทำอะไรในลักษณะที่ก่อความเดือดร้อนรำคาญกับประชาชน” นายสาทิตย์ กล่าว

นายสาทิตย์ ยังกล่าวถึงปัญหาสัญญาบัตรเครดิตที่มีการระบุว่า ธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตสามารถหักบัญชีได้ทันทีที่เกิดหนี้ ผลกระทบที่ตามมา คือ การหักหนี้ดังกล่าวเกินกว่าที่คนทั่วไปจะรับได้ เพราะบางทีการไม่ชำระบัตรเครดิตเป็นเพราะมีหนี้แล้วไม่จ่าย แต่อาจเกิดจากหนี้เพราะบัตรหายแล้วอายัดไม่ทัน หรือถูกขโมย เรื่องนี้ต้องมีวิธีแก้ไขไม่ให้ธนาคารใช้สิทธิ์เหนือผู้ทำบัตรเครดิต ซึ่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมอบให้คณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ในคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ไปดูสัญญาที่ประชาชนทำกับบัตรเครดิต เข้าลักษณะสัญญาที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ หรือเข้าลักษณะสัญญาที่ทำให้ผู้เป็นคู่สัญญาเสียเปรียบหรือไม่ โดยให้ศึกษาเรื่องนี้โดยเร็วเสนอต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในต้นเดือนก.ค.นี้

ที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.